วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554

พญาศรีสัตตนาคราช

พญาศรีสัตตนาคราช

ตามคำบอกเล่าของ หลวงปู่คำพันธ์ โฆสปัญโญ วัดธาตุมหาชัย จังหวัดนครพนม กล่าวว่า ทางฝั่งไทยและฝั่งลาวต่างมี กษัตริย์แห่งนาคราช หรือ นาคาธิบดี แยกปกครองดูแล

ฝั่งลาว คือ พญาศรีสัตตนาคราช (นาคาธิบดีสีสัตตนาคบาดาล) ซึ่งเชื่อว่าเป็นกษัตริย์แห่งพญานาคฝั่งลาว เป็นพญานาคเจ็ดเศียร

ฝั่งไทย คือ พญาศรีสุทโธนาคราช (นาคาธิบดีสีสุทโธ) เป็นกษัตริย์พญานาคฝั่งไทย เป็นพญานาคหนึ่งเศียร

พญาศรีสุทโธ ท่านชอบจำศีลบำเพ็ญเพียร และปฏิบัติธรรม มีนิสัยอ่อนโยนมีเมตตา ไม่ชอบการต่อสู้ ชอบมาปฏิบัติธรรมที่พระธาตุพนม โดยมอบหมายให้เหล่าพญานาค 6 อำมาตย์ดูแลแทน ในระหว่างที่หลบมาจำศีลภาวนา

หลวงปู่เอ่ยชื่อ 6 อำมาตย์แห่งพญานาคไว้เพียง 3 คือ

1. พญาจิตรนาคราช เป็นพญานาคที่รักสวยรักงาม มีเขตแดนปกครองของตน ตั้งแต่ตาลีฟู ถึงจังหวัดหนองคาย ตามแนวแม่น้ำโขง โดยมีที่สุดแดนอยู่วัดหินหมากเป้ง


2. พญาโสมนาคราช มีเขตแดนปกครอง ตั้งแต่วัดหินหมากเป้ง มาจนถึงวัดพระธาตุพนม สุดเขตแดนที่แก่งกะเบา พญาโสมนาคราช มีอุปนิสัยคล้ายพญาศรีสุทโธนาคราช คือชอบปฏิบัติธรรม จึงเป็นที่ไว้วางใจ และโปรดปรานแก่พญาศรีสุทโธนาคราชมากกว่าพญานาคอื่น ๆ


3. พญาชัยยะนาคราช มีเขตแดนจากแก่งกะเบา เรื่อยไปจนสุดแดนที่ปากแม่น้ำโขงลงทะเลในเขมร พญานาคตนนี้มีฤทธิ์เดชมาก ชอบการรณรงค์ทำสงคราม คือชอบการต่อสู้เป็นนิสัย

พญาศรีสัตตนาคราช เป็นใหญ่เหนือพญานาคทั้งปวงในฝั่งลาว เป็นพญานาคที่ทรงฤทธิ์ ท่านเป็นพญานาคที่ชอบจำศีลและประพฤติปฏิบัติธรรมเหมือนพญาศรีสุทโธนาคราช โดยชอบมาที่วัดพระธาตุพนมเหมือนกัน

หลวงปู่คำพันธ์ยังได้กล่าวอีกว่า ส่วนใดที่อยู่ใกล้ต้นน้ำลำธาร หรือหากมี

พิธีกรรมอันใดเกิดขึ้น ให้อัญเชิญบอกกล่าวแก่เหล่าพญานาค พิธีกรรมนั้นจะศักดิ์สิทธิ์ยิ่ง

เกี่ยวกับพญานาคที่วัดธาตุพนม มีเรื่องราวบันทึกไว้ว่า ในคืนขึ้น 15 ค่ำ

เดือน 11 ปี 2500 (วันออกพรรษา) คืนนั้นมีฝนตกหนัก นายไกฮวดและภรรยา ได้ลุกขึ้นมารองน้ำฝนไว้ดื่มกินตอนกลางดึก บังเอิญเห็นลำแสงแปลกประหลาดสว่างเป็นลำโต ขนาดต้นตาล 7 ลำแสง และมีสีสันแตกต่างกัน 7 สี สวยงามมาก โดยที่ลำแสงทั้ง 7 พุ่งมาจากฟากฟ้าทิศเหนือ ด้วยลักษณะแข่งกัน คือแซงกันไปแซงกันมา จนพุ่งเข้าซุ้มประตูวัดธาตุพนมแล้วก็หายไป

มีสามเณรรูปหนึ่งในขณะนั้นประทับทรงบอกนายไกฮวดและภรรยาว่าลำแสงทั้ง 7 คือ พญานาค มาจากเทือกเขาหิมาลัย มาเพื่อปกปักรักษาพระธาตุพนม และช่วยเหลือประชาชนผู้ตกทุกข์ได้ยาก

แต่หลวงปู่คำพันธ์บอกว่า นั่นเป็นพญาศรีสุทโธนาคราช และอำมาตย์ทั้ง 6 แสดงฤทธิ์ ในโอกาสที่ท่านได้บอกกล่าวเรื่องพญานาคนี้ ท่านจึงได้กล่าวพยากรณ์ว่า

พญานาคจะช่วยผู้ที่บูชาศรัทธาในพญานาคให้ผ่านพ้นอันตรายจากภัยพิบัติที่จะเกิดขึ้นหลังจากท่านมรณภาพไปแล้ว 3 ปี ... หลังหลวงปู่ตาย 3 ปี บ้านเมืองจะเริ่มวุ่นวายเดือดร้อนให้พวกเจ้าศรัทธา และบูชาพญานาค ก็จะพ้นวิกฤตินั้นได้”

ท่านบอกว่าจงสังเกตดูให้ดีจะเห็นความวุ่นวายเดือดร้อนจะปรากฏขึ้นเรื่อย ๆ หลวงปู่คำพันธ์มรณภาพ เมื่อ 24 พฤศจิกายน 2546

พยากรณ์นี้สอดคล้องกับพยากรณ์โบราณของเจ้าราชครูหลวงโพนสะเม็ก (พระครูขี้หอม) ผู้บูรณะพระธาตุพนม ระหว่างปี พ.ศ. 2233 – 2235

“ปี 2555 เมืองไทยจะเกิดวิกฤติ จนถึงขั้นอาจตกต่ำลงไป”

และยายชีนวล วัดภูฆ้องคำ อายุ 90 กว่าปี อดีตเพื่อนสำเร็จตัน (ศิษย์สำเร็จลุน) ได้ย้ำพยากรณ์นี้ว่า

“เริ่มแล้วนะ (2549) เค้าของความวุ่นวายเดือดร้อนจะปรากฏชัดเจน ขึ้นเรื่อย จนอีก 5 ปีข้างหน้า, ถ้าเป็นผู้อยู่ในศีลธรรมจะปลอดภัย”


ฝังเหล็กไหล

เมื่ออาทิตย์ที่แล้วไปวัดถ้ำแฝดมาเจอหลวงพ่อวัชระด้วย และได้ให้ท่านฝังเหล็กไหลฤาษีและครอบมงกุฏพุทธเจ้าอีกรู้สึกดี และได้คุยกับหลวงพ่อนานพอสมควร หลวงพ่อท่านใจดี ใบหน้าท่านอิ่มบุญมากดูไม่รู้เลยว่าใกล้จะ 60 แล้ว ยังถามท่านเลยว่า จริงเหรอหลวงพ่อที่อายุจะ 60 แล้วท่านบอกก็เพิ่งจะครบ 57 ปีนี้นี่เองสงสัยคราวหลังต้องทำสำเนาบัตรประชาชนแจกมั้งนี่ ไปวัดถ้ำแฝดเป็นครั้งแรกเพราะตั้งใจไว้ว่าจะไปฝังเหล็กไหลกับหลวงพ่อให้ได้ ตื่นตี3ครึ่ง นั่งแท็กซี่ไปสายใต้ต่อรถทัวร์เมืองกาญจน์ ลงอำเภอท่าม่วง
นั่งมอไซด์ต่ออีกประมาณ 9-10 กิโลเท่านั้น บรรยากาศดีมากเลย ได้ไปไหว้หลวงพ่อสัมฤทธิ์ ที่สังขารไม่เน่าเปื่อยอีกด้วย และได้ไปไหว้พ่อปู่ฤาษีในถ้ำศักดิ์สิทธิ์อีก กลับกรุงเทพแบบอิ่มทั้งบุญอิ่มทั้งใจเลย นี่ตั้งใจว่าจะไปฝังเหล็กไหลตาแรดอีก 1 องค์ด้วย
เพราะรู้สึกว่าแค่ฝังมาองค์แรก ก็ทำให้เราสามารถนั่งสมาธิแล้วทำให้จิตใจสงบขึ้นนะและที่สำคัญ ตอนนั่งอยู่รู้สึกเลยว่าที่แก้มร้อนๆ พอออกจากสมาธิก็มาดูกระจก โอ้โหแดงมากเหมือนตากแดดมาเลยทั้ง 2 แก้มทั้งที่นั่งในห้องแอร์นะก็รู้สึกแปลกใจอยู่เหมือนกัน
และอีกอย่างก็รู้สึกอุ่นในที่มีท่านอยู่ด้วยตลอดเวลาแบบนี้ท่านจะได้ช่วยคุ้มครองด้วย ถ้าใครลังเลอยู่ว่ากลัวเจ็บ หรือจะฝังดีหรือไม่ฝังดี ขอบอกว่า ก่อนอื่นต้องมีความศรัทธาก่อนเมื่อมีความศรัทธาแล้วสิ่งดีๆก็จะเกิดขึ้นเองนะ เหมือนอย่างตั้วพอคิดได้ว่าเนี่ยอยากไปหาหลวงพ่อองค์นี้จังเลยใจเรามีความศรัทธาท่านก่อนแล้วมีความศรัทธาในองค์เหล็กไหลด้วยเพราะก็หาหนังสือมาอ่าน ติดตามหนังสือพระหลายเล่มอยู่แล้วก็ไม่คิดมากพอมั่นใจแน่ใจก็เตรียมตัวเตรียมใจให้พร้อมแล้วไปรับสิ่งที่ดีๆทันทีเลย
ถ้าเพื่อนๆมีอะไรดีๆ ก็มาเล่าให้ฟังด้วยนะ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น