วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

99 วิธี บอกว่าเรารักกัน

99 วิธี บอกว่าเรารักกัน


1. ให้เกียรติและเคารพ ความเป็นส่วนตัวของอีกฝ่าย
2. เป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้าง ให้อีกฝ่ายในยามท้อแท้
3. ใช้เวลาว่างช่วงเย็นวันหยุดด้วยการนั่งดูหนังดูทีวีรายการโปรด
4. วิ่งไล่จักกะจี้หรือแกล้งกัน
5. ซื้อปลาทองให้อีกฝ่ายเลี้ยง
6. โบกรถเที่ยวกันสองคน
7. สอนให้อีกฝ่ายรู้จักเล่นกีฬาที่ตนเองถนัด
8. ช่วยอีกฝ่ายทำการบ้าน
9. วาดรูปเหมือนของอีกฝ่ายเก็บไว้
10. แอบหย่อนโน้ตที่เขียนว่า .. I Love You ในกระเป๋าเสื้อ หรือกระเป๋าสตางค์ของอีกฝ่าย

11. โอบกอดกันและกันให้ "แน่น และ นาน"
12. ลูบผม เล่นผม หวีผมของอีกฝ่าย
13. จูบกันและกัน (แบบไหนก็ได้)
14. ไป...ขี่จักรยานเที่ยวแถวบ้านด้วยกัน
15. บอกให้ทุกคนรู้ว่า "เราสองคนกำลังมีความรัก"
16. เอ่ยคำชม อย่างจริงใจ ... ไม่เสแสร้ง
17. พูดคุยอย่างเปิดอก กับอีกฝ่ายทั้งเรื่องสุข ทุกข์
18. ไปเชียร์อีกฝ่ายแข่งกีฬา อย่างสุดใจขาดดิ้น (กล้าๆหน่อยเขียนป้ายเชียร์ให้รู้กันไปเลยทั่วสนาม เย้!)
19. สักชื่อคนรักแบบชั่วคราวไว้ตรงอวัยวะส่วนไหนก็ได้
20. วันที่คนรักป่วน ทำโจ๊กชามใหญ่ พร้อมกับขนมปังกรอบและการ์ดน่ารักที่มีความว่า "ขอให้หายเร็วๆนะ" แอบฝากไว้กับแม่ของเขาหรือเธอโดยไม่บอกให้อีกฝ่ายรู้

21. ทำให้อีกฝ่ายหัวเราะเสียงดังๆ
22. พูดคุยกันผ่านอินเตอร์เน็ต เช่น เล่น icq หรือ msn
23. กุมมือของกันและกันให้แน่น ระหว่างเดินเคียงคู่กัน
24. วิ่งเล่นไล่จับ ซ่อนหาให้ทั่วบ้าน
25. ไปผจญภัย "บ้านผีสิง" ด้วยกัน
26. บอกความลับในชีวิตให้อีกฝ่ายรู้และให้สัญญาว่าจะเก็บไว้รู้กันแค่สองคน
27. แอบแปะกระดาษโน้ตที่บอกรักไว้ในที่ๆ คาดไม่ถึง (เช่น ในตู้เย็น หนีบไว้ที่ราวตากผ้า หรือในกระเป๋าตังค์)
28. ไม่ทำตัว เฉยชา กับคนรัก
29. เล่นกระดานเศรษฐี ขณะล้อมรอบไปด้วยอาหารอร่อยๆ
30. อัดเทปเพลงโปรดของกันและกันแล้วมาแลกกันฟังนะ

31. ทำปฏิทินที่มีแต่วันพิเศษของเราสองคน เช่น ครบรอบวันแรกที่ได้จูบ วันแรกที่บอกรัก
32. ทำขนมหวานหรือคุกกี้ให้อีกฝ่ายลองชิม (อย่าลืมสอด "สารรัก" ไว้ในคุกกี้ด้วยล่ะ)
33. ในวันที่ไม่มีเรียนแข่งกันนับดาวทั้งคืนโดยไม่ยอมนอน
34. ให้เวลาอีกฝ่ายได้อยู่ตามลำพังบ้าง
35. สร้าง...ปราสาททรายด้วยกัน
36. ซื้อตั๋วเข้าไปเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกด้วยกัน
37. บอกให้อีกฝ่ายรู้เสมอว่า ฉันรักเธอ มากมายเพียงใด
38. นั่งกินไอติมด้วยกันสองคน
39. แอบตั้งชื่อให้กันและกันโดยไม่ให้คนอื่นรู้ ควรเลือกชื่อประเภทที่ไม่กล้าเรียกเมื่ออยู่ต่อหน้าฝูงชนเลยล่ะ
40. กินข้าวมื้อเย็นด้วยกันในชุดสวยเลิศ ชุดสุดหล่อ ท่ามกลางแสงเทียน เพลงหวานๆและผ้าเช็อมือที่วางบนตัก

41. เขียนเหตุผล "101ข้อที่ทำให้เธอเป็นคนที่ฉันรักมากที่สุด" แล้วจะมีข้อที่ 102ขึ้นมาทันทีก็คือข้อที่ว่า เออ! ตัวเราเองก็มีค่าเหมือนกันนะ
42. ให้สร้างข้อมือที่สลักชื่อของเราสองคนไว้
43. ส่งจูบให้กันและกัน
44. อ่านหนังสือพิมพ์ให้ฟังหรือเล่าให้ฟังว่ากำลังมีอะไรเกิดขึ้นในโลกบ้าง
45. เลือกส่งการ์ดสวยๆ จากเวบไซต์ต่างๆให้กันและกัน
46. หมั่นถามอีกฝ่ายว่า "วันนี้เป็นไงบ้าง" พร้อมกับรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจด้วย
47. เช่าหนังเรื่อง Cast away มาดูด้วยกันจะได้รู้ซึ่งถึงวันเวลาของการจากพราก
48. เดินตามสายฝนที่ตกปรอยๆ กันตามลำพัง
49. ชวนอีกฝ่ายไปว่ายน้ำด้วยกัน
50. เฝ้าดูพระอาทิตย์ตกดินพระจันทร์ขึ้น หรือดวงดาวดวงแรกที่ส่องแสงให้เห็น เลือกกลุ่มดาวสักกลุ่มให้เป็นสัญลักษณ์ของเราสองคน (อย่าลืมอธิษฐานพร้อมกันเมื่อดาวตก)

51. ให้การ์ดที่ทำเองและมีกลิ่นหอมตรงลายเซ็น
52. ทำตัวเป็นเด็กอายุ 8 ขวบ ชวนกันไปเล่นเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น
53. ซื่อสัตย์ ต่อกันและกัน
54. หวีผมให้อีกฝ่าย
55. เลือกซื้อของขวัญที่เป็นประโยชน์สำหรับอีกฝ่ายในโอกาสสำคัญๆ
56. หอบช่อดอกไม้มาให้ โดยมีการ์ดเล็กๆ บรรจุคำหวานๆ แนบมาด้วย
57. ไป ปิคนิค ในสวนสาธารณะกันสองคน
58. ไปเรียนหนังสือ และ กลับบ้านพร้อมกัน
59. ส่งการ์ดบอกรักทาง อี-เมล์
60. ซื้อของขวัญที่มีแต่เราสองคนเท่านั้น ที่รู้ว่าแทนความหมายว่าอะไร

61. ให้ "หนังสือทำมือ" ที่มีรูปของกันและกันบทกวีที่แต่งขึ้นเป็นพิเศษ เนื้อเพลงรักที่ประทับใจ ไว้ดูต่างหน้า
62. หันกลับมาเริ่ม "จีบ" กันและกันใหม่อีกครั้ง
63. แนะนำ "หวานใจ" "เปรี้ยวใจ" ให้พ่อแม่รู้จักซะ
64. ถูหลังให้กันและกัน
65. ทำคุ้กกี้รูปหัวใจให้กัน
66. ไปเดินป่าด้วยกัน
67. ขยิบตาให้กันและกัน ว้าว!
68. เมื่อรู้สึกโกรธอีกฝ่าย ให้รีบบอกออกไปอย่าเก็บกลั้นไว้
69. สัญญาว่าจะเขียนอีเมล์หากันทุกวัน (แม้บางวันจะเขียนแค่ 2 บรรทัดก็เถอะ)
70. ปล่อยให้อีกฝ่ายหลงเข้าใจผิดในบางเรื่องโดยไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย

71. ออกไปเล่นว่าวด้วยกัน>72 เดินไปเข้าเรียนพร้อมกัน หรือไม่ก็นัดเจอกันทุกคาบหลังเลิกเรียน
73. สมัครเป็นอาสาสมัครทำงาน ช่วยเหลือสังคมร่วมกัน
74. หยิบเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาชีวิตอย่างจริงจัง มาสนทนากันบ้างในบางเวลา
75. เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ของกันและกันเสมอ
76. ยอมทนดูหนัง "ห่วย" ด้วยเหตุผลง่ายๆ ก็เพราะอีกฝ่ายอยากดู
77. ชวนกันไปเดินแผนกขายของเล่นในห้างจากนั้นสำรวจและลองเล่นของเล่นทุกชนิดด้วยกัน
78. ปั้นดินเป็นรูปหัวใจที่มีชื่อของเราสองคนสลักไว้ (อย่าลืมมอบหัวใจดวงนี้ให้อีกฝ่ายเก็บไว้ด้วยนะจ๊ะ)
79. โทรศัพท์หากันและกัน ทุกคืนก่อนเข้านอน
80. ซื้อหนังสือเล่มเดียวกันและแลกกัน

81. เรียนรู้การสร้างโฮมเพจที่มี "เพลงของเราสองคน" "วันสำคัญของเรา" "เกมส์รัก" "ปริศนาท้ารัก" หรือแม้แต่ "คำสารภาพรัก" และหัวข้ออื่นๆ (ลองขอความเห็นจากเพื่อน พี่ น้อง และคนในครอบครัว ด้วยนะ)
82. ปลูกต้นไม้เพื่อแทน "ความรักของเรา"
83. อยู่ด้วยกันในวันที่ฝนตก จิบชา ช้อคโกแลตร้อนๆ พร้อมกับคุ้กกี้ ขนมโปรด และดูการ์ตูนโดย ซุก
ตัวในผ้าห่มผืนเดียวกัน
84. ไปหาที่โรงเรียน ที่ทำงาน ที่บ้าน โดยไม่ต้องบอกล่วงหน้า พร้อมกับอาหารกลางวัน ช่อดอกไม้หรือการ์ดที่มีแต่คำหวาน
85. ลองหัดเล่นกีฬาใหม่ๆ พร้อมๆกัน
86. ไม่บ่นรสนิยมฟังเพลงหรือการแต่งตัวของอีกฝ่าย (แม้จะทำให้เราแทบบ้าตาย!)
87. ขอเพลงให้กันผ่านรายการวิทยุ
88. จูบ กอด แบบจู่โจมโดยอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว
89. ไปตกปลาด้วยกัน
90. แต่งเพลง บทกวี ให้คนรัก

91. เปิดเพลงหวานและเต้นรำกันสองคน
92. เซอร์ไพรซ์อีกฝ่ายด้วย ตั๋วดูคอนเสิร์ตวงดนตรีโปรด ละคร เรื่องที่อีกฝ่ายกำลังอยากไปดูอยู่พอดีเลย
93. ติวหนังสือก่อนสอบด้วยกัน
94. ชวนกันทำอะไร "ตลกๆ" หรือ "บ้าๆ" บ้าง
95. เมื่อถึงวันเกิดของอีกฝ่าย ลอง ทำเค้ก ที่ไม่ต้องมีครีมให้กินบ้าง
96. บอกให้อีกฝ่ายรู้ถึงเรื่องที่ทำให้ซาบซึ้ง ประทับใจมิรู้ลืม
97. เมื่อบริจาคเงินให้การกุศลใส่ชื่อของคนรักว่าเป็นคนบริจาค
98. เดินเคียงคู่กันย่ำทรายด้วยเท้าเปล่าที่ชายหาดยามตะวันตกดิน
99. ตัดแปะ รูปเราสองคนเข้าด้วยกัน



ขอบคุณ : postjung

วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

The goal of life.

The goal of life.

Naturally.
The goal of his own soul.
I think when people dreamed.
He has created a new target.
Then they are the heirs of that goal by postdoctoral.

The goal of human life and thought.
May not bring about true Happiness.
It may be the cause of the endless misery.

The goal of the action must exist.
Ignorant, but not too firm.
Because of the superstition that it, too.
A refreshing break stability in their lives.

Maintaining a strong minds happy exuberant joy.
Happiness and assisted living with him.
I only like it.
Existed in real life goals.

วันอังคารที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

เครื่องประดับนาฏศิลป์ไทยหัวโขนเศียรครู สินค้า OTOP สร้างรายได้ให้อย่างงาม
ข่าวทั่วไป หนังสือพิมพ์บ้านเมือง -- อาทิตย์ที่ 2 สิงหาคม 2552 09:39:19 น.
เครื่องประดับนาฏศิลป์ไทยหัวโขนเศียรครู สินค้า OTOP สร้างรายได้ให้อย่างงาม
นาฏศิลป์ไทยหัวโขนและเศียรครูถือว่าเป็นประเพณีความเชื่อของคนโบราณทั้งหลายที่นับถือสืบต่อกันมายาวนานอย่างเรื่องรามเกียรติ์ถือว่าเป็นเรื่องศักดิ์สิทธิ์เนื่องจากเป็นเรื่องเกี่ยวกับเทพเจ้าโดยเฉพาะพระนารายณ์เมื่อมีการแสดงเรื่องรามเกียรติ์ จึงมีพิธีกรรมและความเชื่อเกี่ยวกับการแสดงโขนและหัวโขนที่สวมใส่สืบต่อกันมาจนกลายเป็นตำนานที่ลงตัวจนถึงยุคปัจจุบัน และวิธีไหว้ครูช่างหัวโขนและหัวโขน ถือว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญในการแสดงโขนเพราะเป็นสิ่งบ่งบอกว่าผู้นั้นแสดงเป็นตัวอะไรในเรื่องรามเกียรติ์ ช่างแต่โบราณจึงได้คิดประดิษฐ์หัวโขนขึ้นเพื่อให้ผู้แสดงโขนได้สวมใส่ตลอดจนงานประดิษฐ์หัวโขนนั้นถือเป็นศิลปะแขนงหนึ่งในงานช่างสิบหมู่ ผู้เป็นช่างทำหัวโขนจึงจะต้องผ่านพิธีไหว้ครูและการครอบครูมาก่อน เมื่อประสงค์จะปั้นหน้าครูที่สำคัญ เช่น พระคเณศ พระพิราพ พระภรตฤาษี ถึงแม้จะเป็นผู้ที่มีฝีมือและมีความชำนาญมากสักเพียงใดก็ตาม ก็จะต้องได้รับการมอบหมายจากครูที่เป็นช่างทำหัวโขน พร้อมทั้งพิธีไหว้ครู

ในการแสดงโขนละครผู้ฝึกหัดจนสามารถออกแสดงได้แล้วจะต้องผ่านพิธีครอบโดยในพิธีไหว้ครูนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเป็นพระประธานในพิธี พิธีครอบครูนี้ถือเป็นพิธีที่ศักดิ์สิทธิ์ บริสุทธิ์ และสะอาด ในขณะที่ทำพิธีครอบผู้เป็นศิษย์จะต้องมีความสำรวม แสดงความเคารพ หากแสดงอาการลบหลู่ หรือไม่เชื่อถืออาจเป็นบ้าหรือเสียสติก็เป็นได้ ซึ่งสมัยโบราณเรียกว่า ต้องครู เพชรฉลูกัน คือพระวิษณุกรรม หรือผิดครู ต้องแรงครูโดยหัวโขนเป็นเครื่องสวมศีรษะประเภทหนึ่งสำหรับนักเล่นหรือผู้แสดงมหรสพอย่างหนึ่งที่เรียกว่าโขนใช้สวมใส่ในการแสดงแต่ละคราว หัวโขนนี้นอกจากจะใช้สวมศีรษะหรือปิดบังหน้าผู้แสดงโขนแล้ว หัวโขนยังเป็นศิลปวัตถุประเภทประณีตศิลป์ เป็นงานศิลปะที่ได้รับการสร้างขึ้นอย่างวิจิตรประณีตระการตาด้วยกระบวนการช่างแบบไทยประเพณีที่แสดงออกให้ประจักษ์ในภูมิปัญญาและเอกลักษณ์ในงานศิลปะแบบไทย หัวโขนจึงเป็นศิลปวัตถุที่มีรูปลักษณะควรแก่การดูชมพร้อมทั้งเก็บรักษาชื่นชมในรูปสมบัติและคุณสมบัติในฐานะศิลปกรรมไทยประเพณีวิธีการตลอดจนกระบวนการทำหัวโขน โดยวิธีการอันเป็นไปตามระเบียบวิธีช่างทำหัวโขนตามขนบธรรมเนียมนิยมอันมีมาแต่ก่อนเก่าในสมัยโบราณและยังคงถือปฎิบัติการทำหัวโขนของช่างหัวโขนบางคนสืบทอดกันต่อมาจนกระทั่งในปัจจุบันนี้

นายอภิวัฒน์ ทัตพรศิลป์ อายุ 60 ปี อยู่บ้านเลขที่ 99/74 หมู่ 1 ต.บึงน้ำรักษ์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เล่าว่าเดิมเป็นช่างซ่อมวิทยุโทรทัศน์และรับจ้างทั่วไปแต่ลูกสาวคนโตชอบทางด้านนาฏศิลป์จึงได้เข้าศึกษาต่อในโรงเรียนนาฏศิลป์และลูกสาวนำศิลปะต่างๆ กลับมาทำที่บ้านจึงเกิดความสนใจก็เลยไปศึกษาจากตำรับตำราต่างๆ และดูงานตามพิพิธภัณฑ์คือศึกษาด้วยตนเองจนเกิดความชำนาญแล้วก็เริ่มเรียนรู้ปรับเปลี่ยนมาเรื่อยๆ จนกระทั่งลูกสาวคนโตแต่งงานและแฟนของลูกสาวก็หันมาจับอาชีพนี้อย่างเต็มตัว ซึ่งในตอนแรกทำใช้กันเองโดยให้เด็กรำต่อมาก็ได้จดทะเบียนพาณิชย์และก็เริ่มทำชิ้นงานหัวโขนและเศียรครูอย่างจริงจัง วิธีการทำนั้นนำวัสดุกระดาษสา กระดาษข่อยหรือกระดาษฟางโดยใช้อย่างใดอย่างหนึ่งและรักน้ำเลี้ยง รักตีลายสมุกใบตองแห้ง ไม้ตีกระยัง ไม้เสนียดโดยใช้อย่างใดอย่างหนึ่ง น้ำมันยาง ปูนแดง ชันผง ทองคำเปลว กระจกสี พลอยกระจก หนังวัวแห้ง สีฝุ่น กาวและแป้งเปียก ยางมะเดื่อและลวดขนาดต่างๆ ทางด้านเครื่องมือแม่พิมพ์หินสบู่ ไม้ตีกระยัง ไม้เสนียด ไม้คลึงรัก มีดตัดกระดาษ เพชรตัดกระจก ไม้ตับคีบกระจก กรรไกร เข็มเย็บผ้า และด้าย สิ่วหน้าต่างๆ และตุ๊ดตู่ เขียงไม้ แปรงทาสี พู่กันขนาดต่างๆ การเตรียมวัสดุที่จะต้องจัดเตรียมขึ้นโดยเฉพาะสำหรับทำเป็นลวดลายต่างๆ ประดับตกแต่งหัวโขนแต่ละแบบ คือ รักตีลาย ซึ่งต้องเตรียมทำขึ้นไว้ใช้ให้พอแก่งานเสียก่อน รักตีลาย ประกอบด้วย รักน้ำเลี้ยง ชัน น้ำมันยาง ผสมเข้าด้วยกัน เอาขึ้นตั้งไฟอ่อนๆ เคี่ยวไปจนงวดเหนียวพอเหมาะแก่การเอาลงกดในแม่พิมพ์หินทำเป็นลวดลาย เช่น กระจังซึ่งแข็งตัวแล้วไม่เปลี่ยนแปลง รักตีลายนี้เมื่อเคี่ยวได้ที่แล้วเอามาปั้นเป็นแท่งกลมยาวประมาณคืบ 1 ใช้ปูนแดงผสมน้ำทาหุ้มให้ทั่ว ห่อด้วยใบตองให้มิดเก็บไว้ใช้สำรองต่อไป การเตรียมหุ่น หุ่นในที่นี้คือ หุ่นหัวโขนแบบต่างๆ ซึ่งจะใช้เป็นต้นแบบสำหรับทำหัวโขน มีดังต่อไปนี้ หุ่นพระ-นาง อย่างปิดหน้า หุ่นยักษ์ โล้นหุ่นยักษ์ ยอดหุ่นลิง โล้นหุ่นลิง ยอดหุ่นชฎา และมงกุฎหุ่นเบ็ดเตล็ด เช่น หุ่นศีรษะฤาษี หุ่นศีรษะพระคเณศ เป็นต้น หุ่นต้นแบบ ที่จะได้ใช้กระดาษปิดทับให้ทั่วแล้วถอดออกเป็นหัวโขน ซึ่งภายในกลวง เพื่อที่จะใช้สวมศีรษะผู้แสดง หุ่นต้นแบบนี้แต่เดิมทำด้วยดินปั้นเผาไฟให้สุก หุ่นหัวโขนชนิดสวมศีรษะและปิดหน้ามักทำเป็นหุ่นอย่างรูปโกลน มีเค้ารอย ตา จมูก ขมวดผม และพอเป็นเค้าๆ ไม่ต้องชัดเจนมากนัก ส่วนในหูนั้นละเอาไว้ยังไม่ต้องทำ เอาไว้ต่อเติมภายหลัง หุ่นหัวชฎา-มงกุฎ ทำเป็นรูปทรงกระบอก ส่วนบนกลึงรัดเป็นชั้นๆ ขึ้นไปเป็นจอมแล้วละไว้ตรงส่วนเหนือบัวแวง ซึ่งเป็นที่สวมยอดแบบต่างๆ เช่น ยอดชัย ยอดบัดและยอดทรงน้ำเต้า จากนั้นก็เริ่มหาช่องทางตลาดโดยการไปติดต่อตามร้านค้าและก็เริ่มขายส่งตามตลาดต่างๆ เช่นตลาดพาหุรัดตลาดประตูน้ำ หลังจากนั้นพัฒนาการอำเภอก็ได้สนับสนุนให้ไปออกแสดงงาน OTOP ในปี 2550 ก็ได้รับประกาศรับรองคัดสรร OTOP ระดับสามดาว ต่อมาได้ไปจดโอท็อปเพิ่มเพื่อเป็นการขยายโอกาสหลังจากที่ได้ดาวสินค้าก็เริ่มขายดีมากขึ้น ในเรื่องของการตลาดในตอนนี้มีลูกค้ามาติดต่อไปวางจำหน่ายอย่างมากมายและวางจำหน่ายตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ในจังหวัดปทุมธานีและในเขตปริมณฑล ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้ครอบครัวได้เป็นอย่างดีคือตกประมาณเดือนละ 50,000 บาท นอกจากนี้ยังนำชาวบ้านมาฝึกหัดทำชิ้นงานโดยจะให้ค่าแรงตอบแทนและหลังจากฝึกหัดทำจนเกิดความชำนาญแล้วทางตนนั้นจะให้ชิ้นงานไปทำกันเองที่บ้านโดยการเหมาเป็นชิ้นงาน ตั้งแต่ 4 บาท ถึง 50 บาทแล้วแต่ความยากง่ายของแต่ละชิ้นงานนั้น ซึ่งเป็นการสร้างรายได้ให้กับชุมชนได้เป็นอย่างดีคือแต่ละครอบครัวจะมีรายได้พิเศษตกอยู่ที่ครอบครัวละ 3,000 บาท ซึ่งสามารถสร้างเป็นอาชีพให้กับครอบครัว โดยการพลิกวิกฤติกลับเป็นโอกาสสู้ภัยเศรษฐกิจได้อีกทางหนึ่ง นายอภิวัฒน์ กล่าว

สมยศ แสงมณี/ปทุมธานี

พญานาค

พญานาค

พญานาค เป็นสัตว์มหัศจรรย์ ที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถแปลงกายได้ พญานาค มีอิทธิฤทธิ์ และมีชีวิตใกล้กับคน พญานาค สามารถแปลงเป็นคนได้ เช่นคราวที่แปลงเป็นคนมาขอบวชกับพระพุทธเจ้า ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง กล่าวถึงนาคที่ชื่อ ถลชะ ที่แปลว่า เกิดบนบก จะเนรมิตกายได้เฉพาะบนบก และนาคชื่อ ชลซะ แปลว่า เกิดจากน้ำ จะเนรมิตกายได้เฉพาะในน้ำเท่านั้น
พญานาค ถึงแม้จะเนรมิตกายเป็นอะไร แต่ในสภาวะ 5 อย่างนี้ จะต้องปรากฎเป็นงูใหญ่เช่นเดิม คือ ขณะเกิด ขณะลอกคราบ ขณะสมสู่กันระหว่างนาคกับนาค ขณะนอนหลับ โดยไม่มีสติ และที่สำคัญ ตอนตาย ก็กลับเป็นงูใหญ่เหมือนเดิม
.พญานาค มีพิษร้าย สามารถทำอันตรายผู้อื่นได้ด้วยพิษ ถึง 64 ชนิด ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า สัตว์จำพวกงู แมงป่อง ตะขาบ คางคก มด ฯลฯ มีพิษได้ ซึ่งก็ด้วยเหตุที่ นาคคายพิษทิ้งไว้ แล้วพวกงูไปเลีย พวกที่มาถึงก่อนก็เอาไปมาก พวกมาทีหลัง เช่น แมงป่อง กับ มด ได้พิษน้อย แค่เอาหาง เอากันไปป้ายเศษพิษ จำพวกนี้จึงมีพิษน้อย และพญานาคต้องคายพิษทุก 15 วัน
พญานาค อาศัยอยู่ใต้ดิน หรือบาดาล คนโบราณเชื่อว่าเมื่อบนสวรรค์มีเทพเทวาอาศัยอยู่ลึกลงไปใต้พื้นโลก ก็น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง กล่าวว่า ที่ที่นาคอยู่นั้นลึกลงไปใต้ดิน 1 โยชน์ หรือ 16 กิโลเมตร มีปราสาทราชวังที่วิจิตรพิสดารไม่แพ้สวรรค์ ที่มีอยู่ถึง 7 ชั้น เรียงซ้อน ๆ กัน ชั้นสูง ๆ ก็จะมีความสุขเหมือนสวรรค์
พญานาค สามารถผสมพันธุ์กับสัตว์ชนิดอื่นได้ แปลงกายแล้วผสมพันธุ์กับมนุษย์ได้ เมื่อนาคตั้งท้องจะออกลูกเป็นไข่เหมือนงู มีทั้งพันธุ์เศียรเดียว 3, 5 และ 7 เศียร สามารถขึ้นลง ตั้งแต่ใต้บาดาลพื้นโลก จนถึงสวรรค์ ในทุกตำนานมักจะกล่าวถึงนาคที่ขั้น-ลง ระหว่างเมืองบาดาล กับเมืองสวรรค์ ที่จะแปลงกายเป็นอะไรตามที่คิด ตามสภาวะเหตุการณ์นั้น ๆ
จะเห็นว่า พญานาค หรือ งูใหญ่ นั้นมีความเป็นมาและถิ่นที่อยู่เป็นสัดส่วนในภพหนึ่งต่างหาก จะมีเป็นบางครั้งที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ พญานาค เป็นทั้งเอกลักษณ์ของความดี และความไม่ดี
เราก็ไม่รู้เหมือนกันนะ แต่ก็มีเหตการณ์แปลกๆเกิดกับเราบ่อยเลยล่ะ อย่างตอนเด็กเนี่ยแม่เราบอกว่าเราไปนั่งเล่นอยุกับงูในสวนข้างบ้าน คนในบ้านวุ่นวายกันไปหมดกว่าพาเราออกมาจากตรงนั้นได้ แล้วทุกๆคืน 15ค่ำเดือน11เราก็ฝันว่าเราเป็นผู้หญิงคนหนึ่งสวมชุดเขียวยาวมากๆ มี สวมเครื่องประดับสวยเชียว เราก็ชอบนะตอนแรกๆ แต่แม่บอกว่าทุกครั้งที่เราฝันเราจะเพ้อพูดเหมือนคนไข้หนักตอนเด็กเราจะฝันบ่อยมากแต่พอโตขึ้นมันก็เบาๆลงเหลือแค่ปีละครั้ง เราชอบเล่นน้ำมากๆแช่อยู่ได้ทั้งวันโดยไม่เบื่อเลย แล้วเราก็ชอบงูมากด้วยอยากเลี้ยงนะแต่คนทั้งบ้านบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เกิดมาเพิ่งเคยพบเห็นเด็กผู้หญิงบ้าอะไรชอบงู ก็เลยได้แค่เดินไปดูแต่ที่สวนสัตว์ก็พอใจแล้ว ตอนเด็กเราเคยตกน้ำบ่อยมากแต่มีคนมาช่วยไว้ทันทุกครั้ง(โชคดี)แล้วไอ้เรื่องแปลกๆนี่แหละทำให้แม่เราต้องพาเราไปหาพระรูปหนึ่งที่หนองคายท่านบอกครอบครัวเราว่าเวลาเราเล่นน้ำให้ดูแลดีๆเค้าจะมาเอาเราคืน ฟังแล้วขนลุกอ่ะ ใครว่ะมาเอาตอนนั้นยังเด็กทั้งงง ทั้งสงสัย พระบอกว่าให้เราฝึกทำกรรมฐาน มันก็ดีขึ้นแต่เราไม่ได้ไปทะเลหรือน้ำตกเลย3
ปีจนเราอายุ12นั่นแหละพ่อแม่จึงพาเราไปเที่ยวบ้างแต่ก็ไม่บ่อยแถมยังตามติดเราสุดๆอ่ะ ตอนนี้เราอายุ15แล้วยังั่งสมาธิอยุบ่อยมันก็ดีนะเดี๋ยวนี้เราไม่ค่อยฝันแล้วล่ะดีขึ้นมากๆ แต่สัตว์ที่ชอบก็ยังเป็นงูนะ

"เสียสาวอย่างไร..ให้มีคุณค่า"

"เสียสาวอย่างไร..ให้มีคุณค่า"

เชื่อไหมว่าผู้ชายร้อยละ 90 เมื่อได้ตกลงปลงใจ คบหากับใครได้สักระยะ เขามักจะขอมีเซ็กซ์กับเธอ!!! และก็เป็นเรื่องน่าแปลกที่ผู้หญิงอย่างเราๆ ก็มักที่จะใจอ่อนให้เขาเสียด้วย!!! รู้ไหมคะว่าเมื่อคุณยอมให้เขาไปแล้วอะไรจะเกิดขึ้น

เรื่องราวยอมเสียสาวก่อนเวลาอันควรนั้น เป็นเรื่องที่มีมานานแล้วคะ เพียงแต่จะมีคนที่ยอมรับมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง บางคนก็ยอมเสียสาวให้แฟนหนุ่มหลังจากที่คบหากันเป็นปีๆ แต่ก็มีบางคนยอมมอบกายให้แฟนหนุ่มได้เชยชม ทั้งๆ ที่ยังเรียนหนังสืออยู่เลย

นั้นเป็นเพราะว่าผู้หญิงทุกๆ คนมีจุดอ่อนที่เหมือนๆ กันคือ ฮอร์โมนเพศหญิงนั้นเอง เพราะมันจะส่งผลให้คุณรู้สึกว่าต้องการความรัก อยากได้ใครสักคนที่เขารักคุณจริงๆ และเมื่อมีใครสักคนที่มาแสดงตนว่ารักคุณ (อาจจะแกล้งทำ เล่นละครบทใหญ่ก็ได้ ใครจะไปรู้ละ)

แต่คุณก็พร้อมที่จะเป็นของเขา เมื่อเขาร้องขอ อันนี้ไม่นับภาวะภายใต้ความมึนเมานะคะ นั้นเป็นเพราะว่าผู้หญิงส่วนใหญ่กลัวว่า ถ้าคุณไม่ยอมเป็นของเขาแล้ว เขาจะไม่รักคุณและไปมีรักใหม่

แต่คุณรู้ไหมว่า ลึกๆ แล้วผู้ชายกลัวอะไร ผู้ชายก็กลัวผู้หญิงไม่รักไงละคะ เพราะฉะนั้น ได้โปรดเถอะ เพื่อนๆ ทั้งหลาย อย่าได้ยอมให้เขาก่อนเวลาอันควรเลย

หากเขาต้องเลิกกับเราเพราะเราไม่ยอมเขาแล้วละก็ ผู้ชายแบบนี้เราก็ไม่ควรที่จะเก็บไว้หรอกคะ

อย่าเสียสาวเพื่อแลกกับควารักจอมปลอมเลยคะ เพราะรักจริงต้องรอได้ หากรักแล้วต้องได้ ..

รอไปก่อนเถอะคะ เพราะเรื่องนี้มีผลการวิจัยมาแล้วว่า

การลองอยู่กินกันก่อนแต่งนั้น ไม่ได้ทำให้อัตราการหย่าร้างน้อยลงแต่อย่างใด
แต่หากคุณพลาดพลั้งไปแล้วละ จะทำอย่างไรดี

หากคุณเสียไปแล้ว แล้วแฟนหนุ่มของคุณก็หมดรักคุณไปพร้อมๆ กันนั้น
คุณคงจะเรียกอะไรๆ กลับมาไม่ได้หรอกคะ

แต่ขอให้คุณเก็บมันเอาไว้เป็นบทเรียน เอาไว้สอนใจตัวเองนะคะ
หากในวันข้างหน้าคุณได้เจอะเจอใครที่ดี

ปัญหาที่ผู้หญิงเหล่านี้มักจะกังวลก็คือ เขาจะรู้ไหมนะ ว่าเราเคยมีเซ็กซ์มาก่อน จะบอกเขาดีไหมนะ

ก็มีหลายๆ ความเห็นจากนักจิตวิทยา บ้างก็บอกว่าควรบอก บ้างก็บอกว่าไม่ควร อันนี้ก็แล้วแต่คุณละคะ

แต่จะบอกคุณให้ทราบก่อนว่า ผู้ชายไม่มีทางรู้ได้หรอกคะว่าคุณเคยมีเซ็กซ์กับใครมาก่อน

เพราะอวัยวะเพศของผู้หญิงนั้นสามารถยืดหยุ่นได้

ยกเว้นว่าคุณจะเคยคลอดลูกมาแล้วเท่านั้น ที่อาจจะทำให้อวัยวะเพศอาจจะขยายกว้างและอาจจะไม่ค่อยกระชับ

ลองเปรียบเทียบข้อดี ข้อด้อยของการบอก หรือไม่บอกอดีตของคุณนะคะ

• หากคุณบอกความจริง

ข้อดีของมันคือ คุณสบายใจแน่ๆ และจะได้รู้ความจริงใจของเขา

หากเขารักคุณจริง เขาคงไม่ถือโทษอดีตของคุณได้หรอกคะ
หากเขารับได้ ชีวิตคู่ของคุณคงไปได้สวยแน่ๆ เพราะทั้งคุณและเขาต่างก็เข้าใจกันและกัน ยอมรับข้อเสียของกันและกันได้


ข้อเสียของมันคือ เขาอาจจะยอมรับคุณได้ แต่เชื่อเถอะคะว่า ลึกๆ ผู้ชายร้อยละ 90 ต่างก็อยากที่จะได้เป็นคนแรกทั้งนั้นแหละ

เขาอาจจะมีความรู้สึกผิดหวังลึกๆ ก็ได้นะคะ บางทีเมื่อคุณมีปัญหากัน

เขาอาจจะเอาเหตุผลนี้มาเป็นข้ออ้างที่จะทะเลาะก็ได้นะคะ


• หากคุณไม่บอกความจริง

ข้อดีของมันคือ เขาจะสบายใจ แน่นอนว่า เขาภูมิใจแน่ๆ คู่ของคุณก็อาจจะมีความสุขได้เช่นกัน

หากคุณไม่คิดมาก และเก็บอดีตของคุณมาคอยทำร้ายชีวิตรักของคุณ

ข้อเสียของมันคือ ความลับไม่มีในโลก หากเขารู้เอง เพราะมีคนอื่นบอก (ก็แน่ละคุณไม่ได้บอกเขานี่)

เขาอาจจะรู้สึกแย่กว่าการที่เขารับรู้จากปากของคุณเองก็ได้คะ

ถ้าจะให้ดีที่สุดนะคะ...

เก็บความสาวเอาไว้นั่นแหละ ดีที่สุดแล้วละคะ รอเวลาที่เหมาะสม ศึกษานิสัยใจคอให้มากกว่านี้

เมื่อถึงเวลา..ค่อยให้เขาศึกษาสรีระเรานะคะ... \*~....~* / ♥... ....♥ / \\ -..- //

ปรับหลักสูตรใหม่คง8 กลุ่มสาระ

ปรับหลักสูตรใหม่คง8 กลุ่มสาระ




สพฐ.ปรับหลักสูตรใหม่ยังคงอัดแน่นด้วย 8 กลุ่มสาระวิชาเหมือนเดิม แต่ปรับดัชนีชี้วัดรายปี ควบคู่จัดกรอบเวลาเรียน ระบุเด็ก ม.ต้นเรียนไม่เกิน 1,200 ชั่วโมงต่อวิชา ส่วน ม.ปลายเรียนไม่เกิน 3,600 ชั่วโมงต่อวิชา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่างหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานฉบับปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่คง 8 กลุ่มสาระวิชาคือ ภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และภาษาต่างประเทศ

ทั้งนี้มีการเปลี่ยนตัวชี้วัดเป็นรายปี จากที่เคยกำหนดเป็นตัวชี้วัดช่วงชั้น กำหนดกรอบเวลาเรียนแต่ละระดับชั้นด้วย รวมถึงกำหนดกรอบเวลาเรียนสำหรับแต่ละกลุ่มวิชา โดยภาษาไทยและคณิตศาสตร์ ระดับ ป.1-ป.3 เรียนขั้นต่ำปีละ200 ชั่วโมงและปีละ 160 ชั่วโมงสำหรับชั้น ป.4-ป.6 ม.ต้นปีละ120 ชั่วโมงส่วน ม.ปลายรวม 3 ปีต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 240 ชั่วโมง

กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์และสังคมศึกษาให้มีเวลาเรียนไม่น้อยกว่าปีละ80 ชั่วโมง สำหรับระดับ ป.1-ป.6 ม.ต้นปีละ120 ชั่วโมงม.ปลายรวม 3 ปีต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 240 ชั่วโมง

ส่วนกลุ่มวิชาสุขศึกษาฯ,การงานฯและศิลปะ ระดับ ป.1-ม.3 ให้มีเวลาเรียนขั้นต่ำปีละ80 ชั่วโมงส่วน ม.ปลายรวม 3 ปีต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 120 ชั่วโมงกลุ่มวิชาภาษาต่างประเทศ ป.1-ป.3 ให้มีเวลาเรียนขั้นต่ำปีละ40 ชั่วโมงป.4-ป.6 ปีละ80 ชั่วโมงม.ต้นปีละ120 ชั่วโมงม.ปลายรวม 3 ปีต้องมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่า 240 ชั่วโมงนอกจากนั้น ให้มีกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนปีละ 120 ชั่วโมงด้วย

ส่วนสถานศึกษาให้จัดสรรเวลาเรียนแต่ละกลุ่มสาระวิชาและรายวิชาที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นรวมทั้งหมดแล้วระดับประถมศึกษาแต่ละกลุ่มสาระวิชาเรียนไม่เกินปีละ 1,000 ชั่วโมงต่อวิชาม.ต้นไม่เกินปีละ 1,200 ชั่วโมงต่อวิชาและ ม.ปลายรวม 3 ปีเรียนไม่เกิน 3,600 ชั่วโมงในแต่ละวิชา

นายวินัย รอดจ่าย รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า สพฐ.จะน่ำร่างหลักสูตรดังกล่าวเสนอที่ประชุมคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานพิจารณาเร็วๆนี้ รวมทั้งให้นักวิชาการดูด้วย จากนั้นก็จะนำไปประชาพิจารณ์ใน 4 ภูมิภาคคาดว่า สพฐ.เร่งปรับหลักสูตรให้เสร็จเร็วที่สุด