วันศุกร์ที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2554

พญานาค นาค หรือ พญานาค งูใหญ่มีหงอน สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา และนาคยังเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล นาคเป็นเทพเจ้าแห่งท้องน้ำ บางแห่งก็ว่าเป็นเ

นาคา

นาค หรือ พญานาค งูใหญ่มีหงอน สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา และนาคยังเป็นสัญลักษณ์ของบันไดสายรุ้งสู่จักรวาล


นาคเป็นเทพเจ้าแห่งท้องน้ำ บางแห่งก็ว่าเป็นเทพเจ้าแห่งฟ้า

ตำนานความเชื่อเรืองพญานาคมีความเก่าแก่มาก ดูท่าว่าจะเก่ากว่าพุทธศาสนาอีกด้วย สืบค้นได้ว่ามีต้นกำเนิดมาจากอินเดียใต้ ด้วยเหตุจากภูมิประเทศทางอินเดียใต้เป็นป่าเขาจึงทำให้มีงูอยู่ชุกชุม และด้วยเหตุที่งูนั้นลักษณะทางกายภาพคือมีพิษร้ายแรง งูจึงเป็นสัตว์ที่มนุษย์ให้การนับถือว่ามีอำนาจ ชาวอินเดียใต้จึงนับถืองู


เป็นสัตว์เทวะชนิดหนึ่งในเทพนิยายและตำนานพื้นบ้าน บ้างก็ว่าเป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ มีความเชื่อเรื่องพญานาคแพร่หลายในภูมิภาคต่างๆ ทั่วทวีปเอเชีย โดยเรียกชื่อต่างๆ กัน

ต้นกำเนิดความเชื่อเรื่องพญานาคน่าจะอยู่ที่อินเดีย ด้วยมีนิยายหลายเรื่องเล่าถึงพญานาค โดยเฉพาะในมหากาพย์มหาภารตะ ซึ่งถือเป็นปรปักษ์ของพญาครุฑ ส่วนในตำนานพุทธประวัติ ก็เล่าถึงพญานาคไว้หลายครั้งด้วยกัน

ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ยังมีตำนานเรื่องพญานาคอย่างแพร่หลาย ชาวบ้านในภูมิภาคนี้มักเชื่อกันว่าพญานาคอาศัยอยู่ในแม่น้ำโขง หรือเมืองบาดาล และเชื่อกันว่าเคยมีคนเคยพบรอยพญานาคขึ้นมาในวันออกพรรษาโดยจะมีลักษณะคล้ายรอยของงูขนาดใหญ่ และเมื่อไปเล่นน้ำในแม่น้ำโขงควรยกมือไหว้เพื่อเป็นการสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์

ลักษณะของพญานาคตามความเชื่อในแต่ละภูมิภาคจะแตกต่างกันไป แต่พื้นฐานคือพญานาคนั้นมีลักษณะตัวเป็นงูตัวใหญ่มีหงอนสีทองและตาสีแดง เกล็ดเหมือนปลามีหลายสีแตกต่างกันไปตามบารมี บ้างก็มีสีเขียว บ้างก็มีสีดำ หรือบ้างก็มี7สี และที่สำคัญคือนาคตระกูลธรรมดาจะมีเศียรเดียว แต่ตระกูลที่สูงขึ้นไปนั้นจะมีสามเศียร ห้าเศียร เจ็ดเศียรและเก้าเศียร นาคจำพวกนี้จะสืบเชื้อสายมาจาก พญาเศษนาคราช(อนันตนาคราช) ผู้เป็นบัลลังก์ของพระวิษณุนารายณ์ปรมนาท ณ เกษียรสมุทร อนันตนาคราชนั้นเล่ากันว่ามีกายใหญ่โตมหึมามีความยาวไม่สิ้นสุด มีพันศีรษะ พญานาคนั้นมีทั้งเกิดในนำและบนบก เกิดจากครรภ์และจากไข่ มีอิทฤทธิ์สามารถบันดาลให้เกิดคุณและโทษได้ นาคนั้นมักจะแปลงร่างเป็นมนุษย์รูปร่างสวยงาม


ความเชื่อเกี่ยวกับคุณลักษณะและคุณสมบัติ

พญานาค หรือ งูใหญ่มีหงอน ในตำนานของฝรั่ง หรือชาวตะวันตก ถือว่าเป็นตัวแทนของกิเลส ความชั่วร้าย ตรงข้ามกับชาวตะวันออก ที่ถือว่า งูใหญ่ พญานาค มังกร เป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ พลังอำนาจ ชาวฮินดูถือว่า พญานาคเป็นผู้ใกล้ชิดกับเทพองค์ต่างๆ เป็นเทพเจ้าแห่งน้ำ เช่น อนันตนาคราช ที่เป็นบัลลังก์ของพระนารายณ์ตรงกับความเชื่อของลัทธิพราหมณ์ ที่เชื่อว่า นาค เป็นเทพแห่งน้ำ เช่นปีนี้ นาค ให้น้ำ 1 ตัว แปลว่า น้ำจะมาก จะท่วมที่ทำการเกษตร ไร่นา ถ้าปีไหน นาคให้น้ำ 7 ตัว น้ำจะน้อย ตัวเลขนาคให้น้ำจะกลับกันกับเหตุการณ์ เนื่องจาก ถ้านาคให้น้ำ 7 ตัว น้ำจะน้อยเพราะนาคกลืนน้ำไว้


พญานาค งูใหญ่ มีหงอน สัญลักษณ์แห่งความยิ่งใหญ่ ความอุดมสมบูรณ์ ความมีวาสนา และ บันไดสายรุ้งสู่จักรวาล เป็นผู้มีอิทธิฤทธิ์ จากการจำศีล บำเพ็ญภาวนา ศรัทธาในพุทธศาสนา ไม่เบียดเบียนผู้อื่น เราจะพบเห็น เป็นรูปปั้นหน้าโบสถ์ ตามวัดต่างๆบันไดขึ้นสู่วัดในพุทธศาสนา ภาพเรื่องราวที่เกี่ยวข้อง กับศาสนาพุทธอีกมากมาย


พญานาค เป็นสัตว์มหัศจรรย์ ที่มีคุณสมบัติพิเศษ คือ สามารถแปลงกายได้ พญานาค มีอิทธิฤทธิ์ และมีชีวิตใกล้กับคน พญานาค สามารถแปลงเป็นคนได้ เช่นคราวที่แปลงเป็นคนมาขอบวชกับพระพุทธเจ้า ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง กล่าวถึงนาคที่ชื่อ ถลชะ ที่แปลว่า เกิดบนบก จะเนรมิตกายได้เฉพาะบนบก และนาคชื่อ ชลซะ แปลว่า เกิดจากน้ำ จะเนรมิตกายได้เฉพาะในน้ำเท่านั้น

พญานาค ถึงแม้จะเนรมิตกายเป็นอะไร แต่ในสภาวะ 5 อย่างนี้ จะต้องปรากฏเป็นงูใหญ่เช่นเดิม คือ ขณะเกิด ขณะลอกคราบ ขณะสมสู่กันระหว่างนาคกับนาค ขณะนอนหลับ โดยไม่มีสติ และที่สำคัญ ตอนตาย ก็กลับเป็นงูใหญ่เหมือนเดิม

พญานาค มีพิษร้าย สามารถทำอันตรายผู้อื่นได้ด้วยพิษ ถึง 64 ชนิด ซึ่งตามตำนานกล่าวว่า สัตว์จำพวกงู แมงป่อง ตะขาบ คางคก มด ฯลฯ มีพิษได้ ซึ่งก็ด้วยเหตุที่ นาคคายพิษทิ้งไว้ แล้วพวกงูไปเลีย พวกที่มาถึงก่อนก็เอาไปมาก พวกมาทีหลัง เช่น แมงป่อง กับ มด ได้พิษน้อย แค่เอาหาง เอากันไปป้ายเศษพิษ จำพวกนี้จึงมีพิษน้อย และพญานาคต้องคายพิษทุก 15 วัน

พญานาค อาศัยอยู่ใต้ดิน หรือบาดาล คนโบราณเชื่อว่าเมื่อบนสวรรค์มีเทพอาศัยอยู่ลึกลงไปใต้พื้นโลก ก็น่าจะมีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ ในหนังสือไตรภูมิพระร่วง กล่าวว่า ที่ที่นาคอยู่นั้นลึกลงไปใต้ดิน 1 โยชน์ หรือ 16 กิโลเมตร มีปราสาทราชวังที่วิจิตรพิสดารไม่แพ้สวรรค์ ที่มีอยู่ถึง 7 ชั้น เรียงซ้อนๆ กัน ชั้นสูงๆ ก็จะมีความสุขเหมือนสวรรค์

พญานาค สามารถผสมพันธุ์กับสัตว์ชนิดอื่นได้ แปลงกายแล้วผสมพันธุ์กับมนุษย์ได้ เมื่อนาคตั้งท้องจะออกลูกเป็นไข่เหมือนงู มีทั้งพันธุ์เศียรเดียว 3, 5 และ 7 เศียร

สามารถขึ้นลง ตั้งแต่ใต้บาดาลพื้นโลก จนถึงสวรรค์ ในทุกตำนานมักจะกล่าวถึงนาคที่ขั้น-ลง ระหว่างเมืองบาดาล กับเมืองสวรรค์ ที่จะแปลงกายเป็นอะไรตามที่คิด ตามสภาวะเหตุการณ์นั้นๆ

จะเห็นว่า พญานาค หรือ งูใหญ่ นั้นมีความเป็นมาและถิ่นที่อยู่เป็นสัดส่วนในภพหนึ่งต่างหาก จะมีเป็นบางครั้งที่มนุษย์สามารถมองเห็นได้ พญานาค เป็นทั้งเอกลักษณ์ของความดี และความไม่ดี

ความเชื่อเกี่ยวพันกับชีวิต น้ำ ธรรมชาติ

จะได้ยินอยู่เสมอว่า ปีนี้นาคให้น้ำเท่าไร กี่ตัว ฝนฟ้าดี หรือไม่ดี นาคให้น้ำสร้างความอุดมสมบูรณ์แก่สรรพชีวิต ทั้งปวง พญานาค ที่อาศัยอยู่ในสวรรค์ใต้น้ำ ตามคติฮินดู พญาอนันตนาคราช แท่นบรรทมของพระนารายณ์ ที่นับถือเป็นเทพเจ้า พญานาค เปรียบได้กับท้องน้ำทั้งหลายในจักรวาล นาคมีอิทธิฤทธิ์บันดาลให้ฝนตกหรือไม่ตกก็ได้ ตลอดจนสามารถแปลงกายเป็นเมฆฝนได้ พญานาค...เป็นที่มาของแม่น้ำต่างๆ อันหมายถึงผู้รักษาพลังแห่งชีวิตทั้งหลาย

ตามความเชื่อของชาวพุทธ เทวดาแห่งน้ำ คือ วรุณและสาคร ที่ต่างก็เป็นจอมแห่งนาคราช นอกจากที่เกี่ยวข้องกับน้ำบนโลกแล้ว นาคยังเกี่ยวข้องกับน้ำในสวรรค์อีกด้วย คนโบราณเชื่อว่า สายรุ้ง กับ นาค เป็นอันเดียวกัน ที่เชื่อมระหว่างโลกมนุษย์กับโลกสวรรค์ข้างหนึ่งของรุ้งจะดูดน้ำจากพื้นโลกขึ้นไปข้างบน เมื่อถึงจุดที่สูงสุดก็จะปล่อยน้ำลงมาเป็นฝนที่มีลำตัวของนาคเป็นท่อส่ง

ในตำนานสิงหนวัติ กล่าวว่า เมื่อเจ้าเมืองสิงหนวัติอพยพคนมาจากทางเหนือ พญานาคแปลงกายมาช่วยชี้ที่ตั้งเมืองใหม่ และขอให้อยู่ในทศพิธราชธรรม พอตกกลางคืนก็ขึ้นมาสร้างคูเมือง 4 ด้าน เป็น เมืองนาคพันธุ์สิงหนวัติ ต่อมาเมื่อยกทัพปราบเมืองอื่นได้ และรวมดินแดนเข้าด้วยกัน จึงเปลี่ยนชื่อเป็น แคว้นโยนกนาคราช

ที่เห็นได้ชัดก็คือ ที่ปราสาทพนมรุ้ง จะมีคูเมืองที่เป็นสระน้ำ 4 ด้าน รอบปราสาทและมี พญานาค อยู่ด้วย ตามความเชื่อของคนสมัยโบราณ นาคจะมีความหมายเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากน้ำ เช่น การสร้างศาสนสถานไม่ว่าจะเป็นอุโบสถ นาคที่ราวบันได จึงมี พญานาค ซึ่งตามความเป็นจริง (ความเชื่อ) การสร้างต้องสร้างกลางน้ำ เพื่อให้ดูเหมือนว่าศาสนสถานนั้นลอยอยู่เหนือน้ำ แต่ก็ไม่ต้องสร้างจริงๆ เพียงแต่มีสัญลักษณ์ พญานาค ไว้ เช่น ที่ปราสาทพนมรุ้ง จังหวัดบุรีรัมย์ เป็นต้น

แม้เกี่ยวกับชีวิตมนุษย์ ก็จะมีอยู่ในราศีเกิด เช่นของคนนักษัตรปีมะโรง ที่มีความหมายถึง ความยิ่งใหญ่และพลังอำนาจ ที่มี พญานาค เป็นสัญลักษณ์

นาคให้น้ำ

พญานาค เป็นสัญลักษณ์แห่งธาตุน้ำ "นาคให้น้ำ" เป็นเกณฑ์ที่ชาวบ้านรู้และเข้าใจดี ที่ใช้วัดในแต่ละปี จำนวนนาคให้น้ำมีไม่เกิน 7 ตัว ถ้าปีไหนอุดมสมบูรณ์มีน้ำมากเรียกว่า "นาคให้น้ำ 1 ตัว" แต่หากปีไหนแห้งแล้งเรียกว่าปีนั้น "มีนาคให้น้ำ 7 ตัว" จะวัดกลับกันกับจำนวนนาค ก็คือที่น้ำหายไป เกิดความแห้งแล้งนั้นก็เพราะ พญานาคเกี่ยงกันให้น้ำ แต่ละตัวจึงกลืนน้ำไว้ในท้องไม่ยอมพ่นน้ำลงมา

เกี่ยวข้องกับคนไทย

เรามักจะเห็นสัญลักษณ์ที่เกี่ยวกับนาคได้เสมอ ในงาน จิตรกรรม ประติมากรรม และหัตถกรรม นาคเป็นส่วนประกอบที่สำคัญทางสถาปัตยกรรม โดยเฉพาะตามอาคารวัดต่างๆ หลังคาอาคารที่สร้างขึ้นสำหรับสถาบันพระมหากษัตริย์ และสถานบันศาสนสถาน ตามคตินิยมที่ว่า นาคยิ่งใหญ่คู่ควรกับสถาบันอันสูงส่ง เช่น นาคสะดุ้ง ที่ทอดลำตัวยาวตามบันได นาคลำยอง ที่ทำเป็นป้านลมหลังคาโบสถ์ ที่ต่อเชื่อมกับนาคสะดุ้ง นาคเบือน นาคจำลอง และนาคทันต์ คันทวยรูปพญานาค

พญานาคกับตำนานในพระพุทธศาสนา

ตามตำนาน พญานาค มีอยู่ก่อนสมัยพระพุทธเจ้าแล้ว ดังเช่น หลังจากพระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้ธรรมพิเศษแล้ว ได้เสด็จไปตามเมืองต่างๆ เพื่อแสดงธรรมเทศนา มีครั้งหนึ่งได้เสด็จออกจากร่มไม้อธุปปาลนิโครธ ไปยังร่มไม้จิกชื่อ "มุจลินท์" ทรงนั่งเสวยวิมุตติสุข อยู่ 7 วัน คราวเดียวกันนั้นมีฝนตกพรำๆ ประกอบไปด้วยลมหนาวตลอด 7 วัน ได้มีพญานาคชื่อ "มุจลินท์" เข้ามาวงด้วยขด 7 รอบพร้อมกับแผ่พังพานปกพระผู้มีพระภาคเจ้า เพื่อจะป้องกันฝนตกและลมมิให้ถูกพระวรกาย หลังจากฝนหายแล้ว คลายขนดออก แปลงเพศเป็นมานพมายืนเฝ้าที่เบื้องพระพักตร์ ด้วยความศรัทธาอย่างแรงกล้า

ความเชื่อดังกล่าวทำให้ชาวพุทธสร้างพระพุทธรูปปางนาคปรก แต่มักจะสร้างแบบพระนั่งบนตัวพญานาค ซึ่งดูเหมือนว่าเอาพญานาคเป็นบัลลังก์ เพื่อให้เกิดความสง่างาม และทำให้คิดว่า พญานาค คือผู้คุ้มครองพระศาสดา

พญานาค...สะพาน (สายรุ้ง) ที่เชื่อมโลกมนุษย์กับสวรรค์ หรืออีกชื่อหนึ่งก็คือ โลกศักดิ์สิทธิ์ ความเชื่อที่ว่า พญานาค กับ รุ้ง เป็นอันเดียวกัน ก็คือสะพานเชื่อมโลกมนุษย์กับสวรรค์นั่นเอง

นาคสะดุ้ง...ที่ราวบันไดโบสถ์นั้นได้สร้างขึ้นตามความเชื่อถือ "บันไดนาค" ก็ด้วยความเชื่อดังกล่าว แม้ตอนที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงมาจากดาวดึงส์ ก็โดยบันไดแก้วมณีสีรุ้ง ที่เทวดาเนรมิตขึ้นและมีพญานาคจำนวน 2 ตน เอาหลังหนุนบันไดไว้

หรือแม้แต่ ตุง ของชาวล้านนา และพม่า ก็เชื่อกันว่าคลี่คลายมาจากพญานาค และหมายถึงบันไดสู่สวรรค์

ความเชื่อของชาวฮินดู ก็ถือว่า นาคเป็นสะพานเชื่อมภาวะปกติ กับที่สถิตของเทพ ทางเดินสู่วิษณุโลก เช่น ปราสาทนครวัด จึงทำเป็น พญานาคราช ที่ทอดยาวรับมนุษย์ตัวเล็กๆ สู่โลกแห่งความศักดิ์สิทธิ์ หรือก็บั้งไฟของชาวอีสานที่ทำกันในงานประเพณีเดือนหก ก็ยังทำเป็นลวดลาย และเป็นรูปพญานาค พญานาคนั้นจะถูกส่งไปบอกแถนบนฟ้าให้ปล่อยฝนลงมา

ในสมัยพระพุทธเจ้า มีพญานาคตนหนึ่งนั่งฟังธรรมเทศนาของพระพุทธเจ้าแล้วได้เกิดศรัทธา จึงได้แปลงกายเป็นมนุษย์ขอบวชเป็นพระภิกษุ แต่อยู่มาวันหนึ่งเข้านอนในตอนกลางวัน หลังจากหลับแล้วมนต์ได้เสื่อมกลายเป็นงูใหญ่ จนพระภิกษุรูปอื่นไปเห็นเข้า ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงทราบจึงให้พระภิกษุนาคนั้นสึกออกไป เพราะเป็นสัตว์เดรัจฉาน นาคตนนั้นผิดหวังมาก จึงขอถวายคำว่า นาค ไว้ใช้เรียกผู้ที่เข้ามาขอบวชในพระพุทธศาสนา เพื่อเป็นอนุสรณ์ในความศรัทธาของตน

ต่อจากนั้นมาพระพุทธเจ้าจึงทรงบัญญัติไม่ให้สัตว์เดรัจฉาน ไม่ว่าจะเป็นนาค ครุฑ หรือสัตว์อื่นๆ บวชอีกเป็นอันขาด เพราะก่อนที่อุปัชฌาย์จะอุปสมบทให้แก่ผู้ขอบวชจะต้องถาม อันตรายิกธรรม หรือข้อขัดข้องที่จะทำให้ผู้นั้นบวชเป็นพระภิกษุไม่ได้ รวม 8 ข้อเสียก่อน ในจำนวน 8 ข้อนั้น มีข้อหนึ่งถามว่า "ท่านเป็นมนุษย์หรือเปล่า"

ที่มา :จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี

Oarfish ปลาพญานาค Oarfish ปลาที่คนนึกเป็นพญานาค OarFish เป็นปลาทะเล ออร์เดอร์ ( Order ) Lampriformes แฟมิลี่ ( Family ) Regalecidae OarFish ห

Oarfish ปลาพญานาค




Oarfish ปลาที่คนนึกเป็นพญานาค

OarFish เป็นปลาทะเล
ออร์เดอร์ ( Order ) Lampriformes
แฟมิลี่ ( Family ) Regalecidae










OarFish หรืออีกชื่อหนึ่งที่คนเรียกว่า Dragon of the Deep "มังกรทะเลลึก"


Oarfishเจ้าปลาไหล หรือ มังกรทะเลลึกปลาไหลทะเลลึก
หรือ ปลามังกรทะเล


มนุษย์เคยเคลือบแคลงมา เป็นเวลานานมาแล้ว


เกี่ยวกับสัตว์ทะเลที่มีชื่อว่า "มังกรทะเลลึก" (Dragons of The Deep) มีนิยายเก่าแก่ ที่บรรยายถึงมังกรทะเลกล่าวไว้ว่า


"มังกรทะเล..มีลำตัวยาวคล้ายงู หัวเหมือนม้า มีขนคอสีแดงดุจเปลวเพลิง"







ในที่สุดความจริงก็ปรากฏ



เพราะได้มีนักวิทยาศาสตร์ ได้ทำการค้นคว้าหาความจริง


และพบความจริงว่า "มังกรทะเลลึก" ที่กล่าวถึงนั้น ที่แท้แล้ว ก็คือ ปลาประหลาดชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า ปลาใบพาย หรือ ปลาริบบิ้น นั่นเอง บางทีก็เรียกว่า ปลาออร์ (OAR FISH)


ปลาชนิดนี้ มีขากรรไกรยาว หน้าผากโหนกคล้ายม้า ตาโต คลีบบนหลัง ยื่นออกมายาวเลยหัว มีคลีบพิเศษ ยื่นออกมาทั้งสองข้างของส่วนหัว คล้ายใบพาย และมีลำตัวแบน


ปลาประหลาดชนิดนี้ หาดูได้ยากที่สุดในโลก เพราะมันอยู่ในความลึกของท้องทะเล ถึง 3,000 ฟุต และเคยพบตัวใหญ่ที่สุด มีความยาวถึง 200 ฟุต


แม้ว่า สัตว์ประหลาดชนิดนี้ จะมีขนาดใหญ่โตอย่างไร แต่ก็ไม่เป็นพิษ เป็นภัย กับมนุษย์นะคะ ก็เพราะมันไม่มีเขี้ยวเล็บอะไร ที่สำคัญก็คือสัตว์โลกที่แสนสวย น่าดูมาก


ส่วนใหญ่ ก็จะพบในสภาพที่ตายแล้วนั่นเอง








OarFish เป็นปลาทะเล เป็น ปลาน้ำลึก พบได้ในน่านน้ำเขตร้อน
ปลาออร์ฟิซเป็นปลาตัวแบนยาว ขนาดใหญ่ มีสีเงิน มีครีบหลังยาวตั้งแต่หัวจรดหาง
โดยเฉพาะด้านหน้าจะยาวเป็นพิเศษ ปลาออร์ฟิซ
ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่บันทึกไว้ใน Guinness Book of World Records มีความยาวถึง 11 เมตร










ออร์ฟิซ มาจากความเชื่อทีว่า ปลาถูกแรงดันน้ำอันมหาศาล อัดจนร่างกายแบนยาว ( Oar แปลว่า รูปร่างยาว แบนเหมือนแผ่นกระดาน )


แต่ปัจจุบันสามารถพิสูจน์แล้วไม่เป็นความจริง และด้วยพฤติกรรม เมื่อใกล้ตายปลาออร์ฟิซ จะขึ้นมาบนผิวน้ำ















ทำให้เป็นต้นเหตุของตำนานเกี่ยวกับมังกรทะเล มากมาย
และคิดว่าคงเป็นต้นเหตุให้เกิดตำนานพญานาคนั่นเอง(ความเห็นส่วนตัวค่ะ)







ขอบคุณ
www.magiedubouddha

http://www.rmutphysics.com
http://2.bp.blogspot.com
ฟิสิกส์ราชมงคล

Oarfish ปลาพญานาค Oarfish ปลาที่คนนึกเป็นพญานาค OarFish เป็นปลาทะเล ออร์เดอร์ ( Order ) Lampriformes แฟมิลี่ ( Family ) Regalecidae OarFish ห

Oarfish ปลาพญานาค




Oarfish ปลาที่คนนึกเป็นพญานาค

OarFish เป็นปลาทะเล
ออร์เดอร์ ( Order ) Lampriformes
แฟมิลี่ ( Family ) Regalecidae










OarFish หรืออีกชื่อหนึ่งที่คนเรียกว่า Dragon of the Deep "มังกรทะเลลึก"


Oarfishเจ้าปลาไหล หรือ มังกรทะเลลึกปลาไหลทะเลลึก
หรือ ปลามังกรทะเล


มนุษย์เคยเคลือบแคลงมา เป็นเวลานานมาแล้ว


เกี่ยวกับสัตว์ทะเลที่มีชื่อว่า "มังกรทะเลลึก" (Dragons of The Deep) มีนิยายเก่าแก่ ที่บรรยายถึงมังกรทะเลกล่าวไว้ว่า


"มังกรทะเล..มีลำตัวยาวคล้ายงู หัวเหมือนม้า มีขนคอสีแดงดุจเปลวเพลิง"







ในที่สุดความจริงก็ปรากฏ



เพราะได้มีนักวิทยาศาสตร์ ได้ทำการค้นคว้าหาความจริง


และพบความจริงว่า "มังกรทะเลลึก" ที่กล่าวถึงนั้น ที่แท้แล้ว ก็คือ ปลาประหลาดชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า ปลาใบพาย หรือ ปลาริบบิ้น นั่นเอง บางทีก็เรียกว่า ปลาออร์ (OAR FISH)


ปลาชนิดนี้ มีขากรรไกรยาว หน้าผากโหนกคล้ายม้า ตาโต คลีบบนหลัง ยื่นออกมายาวเลยหัว มีคลีบพิเศษ ยื่นออกมาทั้งสองข้างของส่วนหัว คล้ายใบพาย และมีลำตัวแบน


ปลาประหลาดชนิดนี้ หาดูได้ยากที่สุดในโลก เพราะมันอยู่ในความลึกของท้องทะเล ถึง 3,000 ฟุต และเคยพบตัวใหญ่ที่สุด มีความยาวถึง 200 ฟุต


แม้ว่า สัตว์ประหลาดชนิดนี้ จะมีขนาดใหญ่โตอย่างไร แต่ก็ไม่เป็นพิษ เป็นภัย กับมนุษย์นะคะ ก็เพราะมันไม่มีเขี้ยวเล็บอะไร ที่สำคัญก็คือสัตว์โลกที่แสนสวย น่าดูมาก


ส่วนใหญ่ ก็จะพบในสภาพที่ตายแล้วนั่นเอง








OarFish เป็นปลาทะเล เป็น ปลาน้ำลึก พบได้ในน่านน้ำเขตร้อน
ปลาออร์ฟิซเป็นปลาตัวแบนยาว ขนาดใหญ่ มีสีเงิน มีครีบหลังยาวตั้งแต่หัวจรดหาง
โดยเฉพาะด้านหน้าจะยาวเป็นพิเศษ ปลาออร์ฟิซ
ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่บันทึกไว้ใน Guinness Book of World Records มีความยาวถึง 11 เมตร










ออร์ฟิซ มาจากความเชื่อทีว่า ปลาถูกแรงดันน้ำอันมหาศาล อัดจนร่างกายแบนยาว ( Oar แปลว่า รูปร่างยาว แบนเหมือนแผ่นกระดาน )


แต่ปัจจุบันสามารถพิสูจน์แล้วไม่เป็นความจริง และด้วยพฤติกรรม เมื่อใกล้ตายปลาออร์ฟิซ จะขึ้นมาบนผิวน้ำ















ทำให้เป็นต้นเหตุของตำนานเกี่ยวกับมังกรทะเล มากมาย
และคิดว่าคงเป็นต้นเหตุให้เกิดตำนานพญานาคนั่นเอง(ความเห็นส่วนตัวค่ะ)







ขอบคุณ
www.magiedubouddha

http://www.rmutphysics.com
http://2.bp.blogspot.com
ฟิสิกส์ราชมงคล
Oarfish ปลาพญานาค




Oarfish ปลาที่คนนึกเป็นพญานาค

OarFish เป็นปลาทะเล
ออร์เดอร์ ( Order ) Lampriformes
แฟมิลี่ ( Family ) Regalecidae










OarFish หรืออีกชื่อหนึ่งที่คนเรียกว่า Dragon of the Deep "มังกรทะเลลึก"


Oarfishเจ้าปลาไหล หรือ มังกรทะเลลึกปลาไหลทะเลลึก
หรือ ปลามังกรทะเล


มนุษย์เคยเคลือบแคลงมา เป็นเวลานานมาแล้ว


เกี่ยวกับสัตว์ทะเลที่มีชื่อว่า "มังกรทะเลลึก" (Dragons of The Deep) มีนิยายเก่าแก่ ที่บรรยายถึงมังกรทะเลกล่าวไว้ว่า


"มังกรทะเล..มีลำตัวยาวคล้ายงู หัวเหมือนม้า มีขนคอสีแดงดุจเปลวเพลิง"








ในที่สุดความจริงก็ปรากฏ



เพราะได้มีนักวิทยาศาสตร์ ได้ทำการค้นคว้าหาความจริง


และพบความจริงว่า "มังกรทะเลลึก" ที่กล่าวถึงนั้น ที่แท้แล้ว ก็คือ ปลาประหลาดชนิดหนึ่ง ที่เรียกว่า ปลาใบพาย หรือ ปลาริบบิ้น นั่นเอง บางทีก็เรียกว่า ปลาออร์ (OAR FISH)


ปลาชนิดนี้ มีขากรรไกรยาว หน้าผากโหนกคล้ายม้า ตาโต คลีบบนหลัง ยื่นออกมายาวเลยหัว มีคลีบพิเศษ ยื่นออกมาทั้งสองข้างของส่วนหัว คล้ายใบพาย และมีลำตัวแบน


ปลาประหลาดชนิดนี้ หาดูได้ยากที่สุดในโลก เพราะมันอยู่ในความลึกของท้องทะเล ถึง 3,000 ฟุต และเคยพบตัวใหญ่ที่สุด มีความยาวถึง 200 ฟุต


แม้ว่า สัตว์ประหลาดชนิดนี้ จะมีขนาดใหญ่โตอย่างไร แต่ก็ไม่เป็นพิษ เป็นภัย กับมนุษย์นะคะ ก็เพราะมันไม่มีเขี้ยวเล็บอะไร ที่สำคัญก็คือสัตว์โลกที่แสนสวย น่าดูมาก


ส่วนใหญ่ ก็จะพบในสภาพที่ตายแล้วนั่นเอง









OarFish เป็นปลาทะเล เป็น ปลาน้ำลึก พบได้ในน่านน้ำเขตร้อน
ปลาออร์ฟิซเป็นปลาตัวแบนยาว ขนาดใหญ่ มีสีเงิน มีครีบหลังยาวตั้งแต่หัวจรดหาง
โดยเฉพาะด้านหน้าจะยาวเป็นพิเศษ ปลาออร์ฟิซ
ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่บันทึกไว้ใน Guinness Book of World Records มีความยาวถึง 11 เมตร











ออร์ฟิซ มาจากความเชื่อทีว่า ปลาถูกแรงดันน้ำอันมหาศาล อัดจนร่างกายแบนยาว ( Oar แปลว่า รูปร่างยาว แบนเหมือนแผ่นกระดาน )


แต่ปัจจุบันสามารถพิสูจน์แล้วไม่เป็นความจริง และด้วยพฤติกรรม เมื่อใกล้ตายปลาออร์ฟิซ จะขึ้นมาบนผิวน้ำ















ทำให้เป็นต้นเหตุของตำนานเกี่ยวกับมังกรทะเล มากมาย
และคิดว่าคงเป็นต้นเหตุให้เกิดตำนานพญานาคนั่นเอง(ความเห็นส่วนตัวค่ะ)








ขอบคุณ
www.magiedubouddha

http://www.rmutphysics.com
http://2.bp.blogspot.com
ฟิสิกส์ราชมงคล

"พญานาค มีจริงหรือไม่" ของคุณ

มีจริงครับแต่ที่จริงมันคือปลาพญานาคครับ ลักษณะของมันคือมีหงอนคล้ายกับพญานาคในคติของเราครับที่สำคัญตัวมันยาวมากครับ

มีการอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับปลาชนิดนี้ดังนี้ครับ
ปลาพญานาค ( Oarfish ) เป็นปลาน้ำลึกพบได้ในน่านน้ำเขตร้อน อยู่ใน Order Lampriformes และอยู่ใน Family Regalecidae มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Legalecus glesne หรือมีอีกชื่อหนึ่งที่คนเรียกว่า มังกรทะเลลึก ( Dragon of the Deep )
ปลาชนิดนี้มีขากรรไกรยาว หน้าผากโหนกคล้ายม้า ตาโต มีครีบหลังยาวตั้งแต่หัวจรดหาง โดยเฉพาะด้านหน้าจะยาวเป็นพิเศษ และมีครีบพิเศษยื่นออกมาทั้งสองข้างของส่วนหัวคล้ายใบพาย ส่วนลำตัวแบนยาว ขนาดใหญ่มีสีเงิน
และเป็นปลาที่หาดูได้ยากที่​สุดในโลก เพราะอยู่ในทะเลลึกถึง 3,000 ฟุต โดยเคยพบตัวใหญ่ที่สุดมีควา​มยาวถึง 200 ฟุต
Oarfish ชื่อนี้มาจากลักษณะลำตัวที่แบนยาว โดย Oar แปลว่า รูปร่างยาว แบนเหมือนแผ่นกระดาน
ในสมัยก่อนมีความเชื่อว่าปลาถูกแรงดันน้ำอันมหาศาลอัดจนร่างกายแบนยาว
โดยตัวที่มีขนาดใหญ่ที่สุดที่บันทึกไว้ใน Guiness Book of Wolrd Records มีความยาวถึง 11 เมตร
ปลาพญานาคเป็นปลาที่อยู่ในน้ำเค็ม เมื่ออยู่ในน้ำลึก Oxygen ต่ำ มันจะใช้ Heamocyanin ในการลำเลียง Oxygen ทำให้เลือดมีลักษณะเป็นสีเขียวฟ้า-น้ำเงิน ( สีเลือดประหลาดนี่เอง ทำให้นึกว่าเป็นพญานาคจริงๆ โดย Heamocyanin นี้ยังสามารถพบได้ในสัตว์จำพวกปูด้วยครับ
แต่เมื่อมันขึ้นมาอยู่ในเขตน้ำตื้น มันจะค่อยๆปรับตัวโดยการเปลี่ยนไปใช้ Heamogolobin ลำเลียง Oxygen ทำให้เลือดกลายเป็นสีแดงตามความเชื่อดังเดิมของชาวญี่ปุ่นเชื่อว่า ปลาพญานาค สามารถเตือนเรื่องแผ่นดินไหวได้เพราะการที่อยู่ในท้องทะเลลึก อาจทำให้มันสามารถสัมผัสกับสัญญาณของเปลือกโลกได้
ถ้ามีปลาพญานาคขึ้นมาที่ผิวน้ำจำนวนมาก นักวิชาการส่วนหนึ่งเชื่อว่าเกี่ยวข้องกับแผ่นดินไหว
แต่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ในเรื่องนี้
โดยปลาออร์ฟิช เมื่อใกล้ตาย จะมีพฤติกรรมขึ้นบนผิวน้ำ
ทำให้เป็นต้นเหตุของตำนานเกี่ยวกับมังกรทะเล พญานาค และสัตว์ประหลาดแห่งท้องทะเลมากมาย
"โดยเคยพบตัวใหญ่ที่สุดมีควา​มยาวถึง 200 ฟุต "
ข้อมูลน่าจะผิดพลาดนะครับ 200 ฟุตนี่เท่ากับ 60 เมตร ยาวเกินไปมากๆครับ
ข้อมูลจาก fishbase ปลา Oarfish โตเต็มที่มีขนาดประมาณ 11 เมตรครับ

ปลาพญานาค

ปลาพญานาค

วันเสาร์ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

99 วิธี บอกว่าเรารักกัน

99 วิธี บอกว่าเรารักกัน


1. ให้เกียรติและเคารพ ความเป็นส่วนตัวของอีกฝ่าย
2. เป็นกำลังใจและอยู่เคียงข้าง ให้อีกฝ่ายในยามท้อแท้
3. ใช้เวลาว่างช่วงเย็นวันหยุดด้วยการนั่งดูหนังดูทีวีรายการโปรด
4. วิ่งไล่จักกะจี้หรือแกล้งกัน
5. ซื้อปลาทองให้อีกฝ่ายเลี้ยง
6. โบกรถเที่ยวกันสองคน
7. สอนให้อีกฝ่ายรู้จักเล่นกีฬาที่ตนเองถนัด
8. ช่วยอีกฝ่ายทำการบ้าน
9. วาดรูปเหมือนของอีกฝ่ายเก็บไว้
10. แอบหย่อนโน้ตที่เขียนว่า .. I Love You ในกระเป๋าเสื้อ หรือกระเป๋าสตางค์ของอีกฝ่าย

11. โอบกอดกันและกันให้ "แน่น และ นาน"
12. ลูบผม เล่นผม หวีผมของอีกฝ่าย
13. จูบกันและกัน (แบบไหนก็ได้)
14. ไป...ขี่จักรยานเที่ยวแถวบ้านด้วยกัน
15. บอกให้ทุกคนรู้ว่า "เราสองคนกำลังมีความรัก"
16. เอ่ยคำชม อย่างจริงใจ ... ไม่เสแสร้ง
17. พูดคุยอย่างเปิดอก กับอีกฝ่ายทั้งเรื่องสุข ทุกข์
18. ไปเชียร์อีกฝ่ายแข่งกีฬา อย่างสุดใจขาดดิ้น (กล้าๆหน่อยเขียนป้ายเชียร์ให้รู้กันไปเลยทั่วสนาม เย้!)
19. สักชื่อคนรักแบบชั่วคราวไว้ตรงอวัยวะส่วนไหนก็ได้
20. วันที่คนรักป่วน ทำโจ๊กชามใหญ่ พร้อมกับขนมปังกรอบและการ์ดน่ารักที่มีความว่า "ขอให้หายเร็วๆนะ" แอบฝากไว้กับแม่ของเขาหรือเธอโดยไม่บอกให้อีกฝ่ายรู้

21. ทำให้อีกฝ่ายหัวเราะเสียงดังๆ
22. พูดคุยกันผ่านอินเตอร์เน็ต เช่น เล่น icq หรือ msn
23. กุมมือของกันและกันให้แน่น ระหว่างเดินเคียงคู่กัน
24. วิ่งเล่นไล่จับ ซ่อนหาให้ทั่วบ้าน
25. ไปผจญภัย "บ้านผีสิง" ด้วยกัน
26. บอกความลับในชีวิตให้อีกฝ่ายรู้และให้สัญญาว่าจะเก็บไว้รู้กันแค่สองคน
27. แอบแปะกระดาษโน้ตที่บอกรักไว้ในที่ๆ คาดไม่ถึง (เช่น ในตู้เย็น หนีบไว้ที่ราวตากผ้า หรือในกระเป๋าตังค์)
28. ไม่ทำตัว เฉยชา กับคนรัก
29. เล่นกระดานเศรษฐี ขณะล้อมรอบไปด้วยอาหารอร่อยๆ
30. อัดเทปเพลงโปรดของกันและกันแล้วมาแลกกันฟังนะ

31. ทำปฏิทินที่มีแต่วันพิเศษของเราสองคน เช่น ครบรอบวันแรกที่ได้จูบ วันแรกที่บอกรัก
32. ทำขนมหวานหรือคุกกี้ให้อีกฝ่ายลองชิม (อย่าลืมสอด "สารรัก" ไว้ในคุกกี้ด้วยล่ะ)
33. ในวันที่ไม่มีเรียนแข่งกันนับดาวทั้งคืนโดยไม่ยอมนอน
34. ให้เวลาอีกฝ่ายได้อยู่ตามลำพังบ้าง
35. สร้าง...ปราสาททรายด้วยกัน
36. ซื้อตั๋วเข้าไปเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกด้วยกัน
37. บอกให้อีกฝ่ายรู้เสมอว่า ฉันรักเธอ มากมายเพียงใด
38. นั่งกินไอติมด้วยกันสองคน
39. แอบตั้งชื่อให้กันและกันโดยไม่ให้คนอื่นรู้ ควรเลือกชื่อประเภทที่ไม่กล้าเรียกเมื่ออยู่ต่อหน้าฝูงชนเลยล่ะ
40. กินข้าวมื้อเย็นด้วยกันในชุดสวยเลิศ ชุดสุดหล่อ ท่ามกลางแสงเทียน เพลงหวานๆและผ้าเช็อมือที่วางบนตัก

41. เขียนเหตุผล "101ข้อที่ทำให้เธอเป็นคนที่ฉันรักมากที่สุด" แล้วจะมีข้อที่ 102ขึ้นมาทันทีก็คือข้อที่ว่า เออ! ตัวเราเองก็มีค่าเหมือนกันนะ
42. ให้สร้างข้อมือที่สลักชื่อของเราสองคนไว้
43. ส่งจูบให้กันและกัน
44. อ่านหนังสือพิมพ์ให้ฟังหรือเล่าให้ฟังว่ากำลังมีอะไรเกิดขึ้นในโลกบ้าง
45. เลือกส่งการ์ดสวยๆ จากเวบไซต์ต่างๆให้กันและกัน
46. หมั่นถามอีกฝ่ายว่า "วันนี้เป็นไงบ้าง" พร้อมกับรอฟังคำตอบอย่างตั้งใจด้วย
47. เช่าหนังเรื่อง Cast away มาดูด้วยกันจะได้รู้ซึ่งถึงวันเวลาของการจากพราก
48. เดินตามสายฝนที่ตกปรอยๆ กันตามลำพัง
49. ชวนอีกฝ่ายไปว่ายน้ำด้วยกัน
50. เฝ้าดูพระอาทิตย์ตกดินพระจันทร์ขึ้น หรือดวงดาวดวงแรกที่ส่องแสงให้เห็น เลือกกลุ่มดาวสักกลุ่มให้เป็นสัญลักษณ์ของเราสองคน (อย่าลืมอธิษฐานพร้อมกันเมื่อดาวตก)

51. ให้การ์ดที่ทำเองและมีกลิ่นหอมตรงลายเซ็น
52. ทำตัวเป็นเด็กอายุ 8 ขวบ ชวนกันไปเล่นเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่น
53. ซื่อสัตย์ ต่อกันและกัน
54. หวีผมให้อีกฝ่าย
55. เลือกซื้อของขวัญที่เป็นประโยชน์สำหรับอีกฝ่ายในโอกาสสำคัญๆ
56. หอบช่อดอกไม้มาให้ โดยมีการ์ดเล็กๆ บรรจุคำหวานๆ แนบมาด้วย
57. ไป ปิคนิค ในสวนสาธารณะกันสองคน
58. ไปเรียนหนังสือ และ กลับบ้านพร้อมกัน
59. ส่งการ์ดบอกรักทาง อี-เมล์
60. ซื้อของขวัญที่มีแต่เราสองคนเท่านั้น ที่รู้ว่าแทนความหมายว่าอะไร

61. ให้ "หนังสือทำมือ" ที่มีรูปของกันและกันบทกวีที่แต่งขึ้นเป็นพิเศษ เนื้อเพลงรักที่ประทับใจ ไว้ดูต่างหน้า
62. หันกลับมาเริ่ม "จีบ" กันและกันใหม่อีกครั้ง
63. แนะนำ "หวานใจ" "เปรี้ยวใจ" ให้พ่อแม่รู้จักซะ
64. ถูหลังให้กันและกัน
65. ทำคุ้กกี้รูปหัวใจให้กัน
66. ไปเดินป่าด้วยกัน
67. ขยิบตาให้กันและกัน ว้าว!
68. เมื่อรู้สึกโกรธอีกฝ่าย ให้รีบบอกออกไปอย่าเก็บกลั้นไว้
69. สัญญาว่าจะเขียนอีเมล์หากันทุกวัน (แม้บางวันจะเขียนแค่ 2 บรรทัดก็เถอะ)
70. ปล่อยให้อีกฝ่ายหลงเข้าใจผิดในบางเรื่องโดยไม่ต้องเสียเวลาอธิบาย

71. ออกไปเล่นว่าวด้วยกัน>72 เดินไปเข้าเรียนพร้อมกัน หรือไม่ก็นัดเจอกันทุกคาบหลังเลิกเรียน
73. สมัครเป็นอาสาสมัครทำงาน ช่วยเหลือสังคมร่วมกัน
74. หยิบเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับปรัชญาชีวิตอย่างจริงจัง มาสนทนากันบ้างในบางเวลา
75. เป็นเพื่อนที่ดีที่สุด ของกันและกันเสมอ
76. ยอมทนดูหนัง "ห่วย" ด้วยเหตุผลง่ายๆ ก็เพราะอีกฝ่ายอยากดู
77. ชวนกันไปเดินแผนกขายของเล่นในห้างจากนั้นสำรวจและลองเล่นของเล่นทุกชนิดด้วยกัน
78. ปั้นดินเป็นรูปหัวใจที่มีชื่อของเราสองคนสลักไว้ (อย่าลืมมอบหัวใจดวงนี้ให้อีกฝ่ายเก็บไว้ด้วยนะจ๊ะ)
79. โทรศัพท์หากันและกัน ทุกคืนก่อนเข้านอน
80. ซื้อหนังสือเล่มเดียวกันและแลกกัน

81. เรียนรู้การสร้างโฮมเพจที่มี "เพลงของเราสองคน" "วันสำคัญของเรา" "เกมส์รัก" "ปริศนาท้ารัก" หรือแม้แต่ "คำสารภาพรัก" และหัวข้ออื่นๆ (ลองขอความเห็นจากเพื่อน พี่ น้อง และคนในครอบครัว ด้วยนะ)
82. ปลูกต้นไม้เพื่อแทน "ความรักของเรา"
83. อยู่ด้วยกันในวันที่ฝนตก จิบชา ช้อคโกแลตร้อนๆ พร้อมกับคุ้กกี้ ขนมโปรด และดูการ์ตูนโดย ซุก
ตัวในผ้าห่มผืนเดียวกัน
84. ไปหาที่โรงเรียน ที่ทำงาน ที่บ้าน โดยไม่ต้องบอกล่วงหน้า พร้อมกับอาหารกลางวัน ช่อดอกไม้หรือการ์ดที่มีแต่คำหวาน
85. ลองหัดเล่นกีฬาใหม่ๆ พร้อมๆกัน
86. ไม่บ่นรสนิยมฟังเพลงหรือการแต่งตัวของอีกฝ่าย (แม้จะทำให้เราแทบบ้าตาย!)
87. ขอเพลงให้กันผ่านรายการวิทยุ
88. จูบ กอด แบบจู่โจมโดยอีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว
89. ไปตกปลาด้วยกัน
90. แต่งเพลง บทกวี ให้คนรัก

91. เปิดเพลงหวานและเต้นรำกันสองคน
92. เซอร์ไพรซ์อีกฝ่ายด้วย ตั๋วดูคอนเสิร์ตวงดนตรีโปรด ละคร เรื่องที่อีกฝ่ายกำลังอยากไปดูอยู่พอดีเลย
93. ติวหนังสือก่อนสอบด้วยกัน
94. ชวนกันทำอะไร "ตลกๆ" หรือ "บ้าๆ" บ้าง
95. เมื่อถึงวันเกิดของอีกฝ่าย ลอง ทำเค้ก ที่ไม่ต้องมีครีมให้กินบ้าง
96. บอกให้อีกฝ่ายรู้ถึงเรื่องที่ทำให้ซาบซึ้ง ประทับใจมิรู้ลืม
97. เมื่อบริจาคเงินให้การกุศลใส่ชื่อของคนรักว่าเป็นคนบริจาค
98. เดินเคียงคู่กันย่ำทรายด้วยเท้าเปล่าที่ชายหาดยามตะวันตกดิน
99. ตัดแปะ รูปเราสองคนเข้าด้วยกัน



ขอบคุณ : postjung

วันเสาร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

The goal of life.

The goal of life.

Naturally.
The goal of his own soul.
I think when people dreamed.
He has created a new target.
Then they are the heirs of that goal by postdoctoral.

The goal of human life and thought.
May not bring about true Happiness.
It may be the cause of the endless misery.

The goal of the action must exist.
Ignorant, but not too firm.
Because of the superstition that it, too.
A refreshing break stability in their lives.

Maintaining a strong minds happy exuberant joy.
Happiness and assisted living with him.
I only like it.
Existed in real life goals.